90’s

นั่งเหม่อๆเปิดYoutubeไปเรื่อยๆแบบไม่คิดอะไร มีเพลงยุค90เล่นขึ้นมา คิดถึงสมัยวัยรุ่น[ตอนนี้อายุเยอะละ 555] เลยรีบหามาฟังเพิ่ม…ภาพความทรงจำในวัยรุ่นผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ทั้งสุข ทั้งเศร้า ดีใจ เสียใจ สนุก เซ็ง ฯลฯ จริงๆเราผ่านอะไรมาเยอะแยะมาก และต้องผ่านอะไรต่อไปอีกมาก จะมานั่งเอ๋อแบบนี้ไม่ได้ละ คิดถึงประโยคที่บอกกับตัวเองเสมอๆ “ท้อได้แต่อย่าถอย ใครๆก็ล้มได้ ล้มแล้วก็รีบลุก[ซิโว้ย]”

ในวันที่ไม่อยากไปโรงพยาบาล(แต่ต้องไป)

วันนี้มีนัดต้องไปตรวจความดันที่โรงพยาบาล(ที่จริงเลยวันนัดมาหลายวันละ โทรเลื่อนแต่ต้องไปแล้วเพราะยาหมดแล้ว) บอกตรงๆว่าไม่ค่อยอยากออกจากบ้านเท่าไหร่ ถึงสถาณะการณ์โรคระบาดในบ้านเราจะลดลงมากๆ(วันนี้มีคนตรวจพบว่าติดโรค1คน)

แต่ก็ไม่อยากออกไปที่คนเยอะๆอยู่ดี เพราะต้องเจาะเลือด รอผลตรวจ ต้องใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาล ที่สำคัญไม่อยากออกจากบ้านเลยช่วงนี้…ร้อนมาก จะ40องศาอยู่ร่อมร่อ อยู่ในบ้านยังแทบแย่


สุดท้ายก็ต้องไป…เพราะยาหมด ไปถึงโรงพยาบาลก็ไปจอดที่ลานจอดรถที่จอดบ่อยๆ แต่วันนี้ไม่มีรถรับส่งต้องเดินไปเอง -_-‘ แดดแรงมาก ถึงโรงพยาบาลก็มีวัดไข้ซักถามอาการด้านหน้า พอเข้าโรงพยาบาลได้ก็ตามขั้นตอนปกติ จนไปเจาะเลือดและรอผล รอพบคุณหมอ ดีที่วันนี้คนไม่เยอะมาก มีที่พอให้นั่งรอ และที่นั่งโรงพยาบาลก็กั้นไว้ให้นั่งที่เว้นที่ พอเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้าน ไม่ใช่อะไรนะ ร้อน กลับไปอาบน้ำ 🙂

Hi Score Girl : เรียบง่ายแต่อิ่มเอม

เริ่มจากไม่มีอะไรจะดู เบื่อๆเลยกดๆหาอะไรดูเบาๆในNetflix เจอเรื่องนี้Hi Score Girl กดดูผ่านๆ…สรุปดูรวดเดียวจบseasonเลย สนุกดี (จบแล้วนะ มี2 Season) เป็นเรื่องราวในช่วงปี’90 ยุคที่เกมตู้กำลังบูมมาก ถ้าเป็นคนที่โตมายุคนั้นจะอินกับเรื่องนี้มาก เพราะมุขในเรื่องมันจะเกี่ยวกับเกมยุคนั้นพอสมควร

“เป็นanimeที่เรียบๆ แต่อารมณ์มันนี่ซิ…ไม่ธรรมดา”

Hi Score Girl
Written Rensuke Oshikiri
Published Square Enix
Magazine Monthly Big Gangan
Studio J.C.Staff
Director Yamakawa Yoshiki
Genre Comedy, Romance, School, Seinen

ปล. : อินมาก คิดถึงสมัยเด็กๆเลยสั่งซื้อเกมFamicomสมัยนั้นมาเล่น เล่นไปๆเหมือนนั่งTime Machineเลย T_T (แต่ในเรื่องมีgame consoleออกมาน้อยอยู่นะคับ)

ขอขอบคุณ : ข้อมูลและภาพจากinternet

ของฝากจากแม่

ตื่นมาตอนเช้า มีmessageเข้ามาที่โทรศัพท์ ว่าจะมีพัสดุส่งมา งงๆว่าเราไปสั่งซื้อสั่งของอะไรตอนไหนฟ่ะ หรือละเมอซื้อของเล่นอะไรไป เลยเข้าเว็บบริษัทส่งพัสดุสีส้ม และเอาเลขที่พัสดุค้นหา…

สรุปเป็นพัสดุส่งมาจากที่บ้านนครสวรรค์ ส่งมาเมื่อวาน งงๆว่าใครส่งอะไรมาให้ เลยโทรกลับไปหาแม่ พอแม่รับสายก็คุยกันเรื่องทั่วๆไป และก็เข้าเรื่องถามว่าแม่ส่งพัสดุมารึเปล่า แม่บอกว่าส่งผลไม้มาให้ เพราะคงยังไม่ได้กลับบ้านอีกนานแน่ๆ กลัวผลไม้จะสุกหมดซะก่อนเลยส่งมาให้ (ปกติจะไปเยี่ยมแม่บ่อยๆ ช่วงนี้อย่างที่รู้ๆกัน ไปไหนแทบไม่ได้ เรื่องข้ามจังหวัดยิ่งยาก)

แม่เป็นมนุษย์ที่Low Technologyมาก ใช้Lineไม่เป็น ส่งSMSไม่ได้ ซื้อSmartphoneให้ใช้ ก็ใช้แค่โทรออกกับรับสาย และการไปส่งพัสดุก็ไม่น่าจะถนัดนัก และยังต้องขนมะม่วงลูกใหญ่ๆ4ลูก และส้มแผ่น(มะม่วงกวน)อีกสองถุง ขี่จักรยานไปไกลเพื่อมาส่งของให้…คิดถึงแม่มาก

30 Days Later

อยู่บ้านเก็บตัวมาได้หนึ่งเดือนเนื่องจากสถานะการณ์ที่เป็นอยู่ ตอนนี้ก็เหมือนจะเริ่มอยู่ตัว ไม่ใช่ดีขึ้นแต่เหมือนเริ่มจะเข้าใจในชีวิตมากขึ้น ปล่อยวางได้ระดับนึงแล้ว คิดไปก็เครียดเปล่าๆ 🙂

ตอนนี้ของกินของใช้ก็เริ่มจะหมด จึงต้องออกเดินทางออกไปซื้อของเข้าบ้าน ไม่ได้ไปสถานที่คนเยอะๆมาเกือบเดือน มีรายการของที่ต้องซื้อเยอะ เลยต้องทำลิสท์ของต้องซื้อก่อน จะได้รีบซื้อรีบกลับ

พอเที่ยงก็รีบออกทันที(รอเช็คก่อนว่ามีงานรึเปล่าค่อยออกไป) จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวไปเต็มที่ หน้ากากผ้า แผ่นกรอง แอลกอฮอล์ล้างมือ แว่นตา …เป็นการไปซื้อของที่ตื่นเต้นครั้งนึงในชีวิตเลยนะ(ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ก็เก็บตัวตลอด อาจจะดูโอเว่อร์ไปรึเปล่า ผมมีโรคประจำตัว ถ้าติดมาจะแย่เลยต้องระวังตัวเองให้มากกว่าปกติ)

ไปห้างสีเขียว(เข้ม)เพราะใกล้ที่สุดละ และของก็น่าจะได้ตามต้องการ คิดว่าคนน่าจะน้อย พอเข้าลานจอดรถถึงกับอึ้ง ทำไมรถเยอะจังฟ่ะ แต่พอเข้าไปในห้างคนไม่เยอะมาก มีพอเห็นบ้าง และที่ดีคือของมีเยอะ ไม่เหมือนช่วงแรกที่โรคเริ่มระบาด ของเริ่มขาดแคลน แต่วันนี้ของเยอะเลือกซื้อได้สบาย 🙂

ซื้อของเรียบร้อย โดนไปเยอะเพราะซื้อไว้เผื่อหลายวัน(ไม่อยากออกบ่อยๆ) เก็บของที่รถ แวะซื้อข้าวและก็รีบกลับบ้าน ถึงบ้านก็รีบเปลี่ยนชุด อาบน้ำ นั่งหน้าคอมพ์แบบเหงาๆต่อไป

Life on the Road

ไม่ได้ไปไหนหรอกคับ เคยเป็นคนที่ขับขี่รถทุกวัน ทุกวันจริงๆ วันที่ไม่ได้ออกถนนในปีหนึ่งๆไม่รู้ถึงสามวันรึเปล่า

ช่วงนี้ต้องเก็บตัว เลยแทบไม่ได้แตะรถเท่าไหร่ อย่างมากก็ไปสตาร์ทรถให้เครื่องยนต์มันเดินบ้าง แล้วได้แต่ยืนมองรถแบบเหงาหงอย เพิ่งรู้สึกตัวว่าเป็นคนติดการขับขี่มาก…อยู่บ้านนานๆเบื่อกว่าที่คิดนะเนี่ย

ช่วงเหตุการณ์ปกติ ทุกๆเสาร์ อาทิตย์ได้ออกไปแง๊นๆละ แต่ทุกวันนี้ได้แค่สตาร์ทรถและยืนดู(รถ)ยืนฟัง(เสียงเครื่องยนต์) ได้แต่คิดและหวังให้มันผ่านไปเร็วๆ

สงกรานต์ปีนี้ไม่เหมือนปีที่ผ่านๆมา

อย่างที่รู้ๆกัน งดกิจกรรมทุกอย่าง ผมไม่เล่นน้ำสงกรานต์มาเป็นสิบปีแล้ว แต่เสียดายที่ไม่ได้ไปเยี่ยมแม่เหมือนทุกปี แต่ปีนี้ก็ยังได้สรงน้ำพระนะ 🙂

Alcohol Addict

ไม่ได้ติดสุราหรืออะไรหรอกคับ แต่เป็นคนที่ต้องล้างมือและทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์มานานแล้ว ก่อนที่จะเกิดโรคระบาด พอเกิดไวรัสCOVID-19ระบาด ทำให้อุปกรณ์ประเภทนี้ขาดตลาดอย่างมาก(หน้ากากอนามัย, เจลล้างมือ, แอลกอฮอล์, etc.) หลังๆหาแอลกอฮอล์สำหรับล้างแผลยากมากหาไม่ได้(บอกไปแล้วว่าเป็นเด็กอนามัยต้องล้างมือบ่อยๆ) เจอมีแต่ขายออนไลน์และราคาก็แรงมากๆ ปกติซื้อ450mlจากเคยซื้อขวดละ32บาท(ราคาที่ฉลาก60บาท)ขายกันขวดเกือบ200บาท

จู่ๆก็ไปเจอข่าว “โครงการ KTIS สู้โควิด แอลกอฮอล์ 70% ราคาเพื่อสังคม” มีรายชื่อตัวแทนจำหน่ายให้ด้วย หาที่ใกล้บ้านได้3ที่ แต่ลองติดต่อไป ที่นึงไม่ตอบ ที่นึงคุยๆก็เงียบไป อีกที่ต้องรอคิว หลังจากรอมา2-3วัน ที่ๆจองคิวไว้ก็บอกว่ามีแอลฮอล์มาแล้ว(ซี.เอ. โฟล์คลิฟไทย) แต่จำกัดซื้อได้บัตรประชาชนละ 10L (5L x2) รู้สึกว่าเยอะไปเลยหาคนหาร พอได้คนร่วมหารก็สั่งจำนวนไป

นัดวัน และสอบถามวิธีรับของและชำระเงิน พอถึงวันก็ขับรถเดินทางไปรับของที่บริษัทที่เป็นตัวแทน ถึงจะอยู่ใกล้บ้าน แต่ก็ไกลพอสมควรเข้าไปลึกมมาก อากาศก็ร้อนมาก ขนาดขับรถยังร้อน ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์ไปคงตัวไหม้แน่ๆ ไปถึงเลี้ยวรถเข้าไปก็เจอทันที เพราะเค้าเอาเต็นท์มากางตั้งเด่นอยู่ข้างหน้าเลย จอดรถเรียบร้อยก็ลงไปซื้อแอลกอฮอล์ เก็บของขึ้นรถแล้วก็ขับรถกลับแบบงงๆ…นี่เรามาซื้อแอลกอฮอล์ล้างแผลหรือซื้ออะไรฟ่ะ ดูลึกลับซับซ้อน หลายขั้นตอนมาก 5

Work from Home

ตอนนี้สถานะการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19เริ่มมากขึ้นในประเทศไทย หลายๆภาคส่วนเริ่มให้อยู่บ้าน เพื่อลดการระบาดของโรค


ไม่คาดคิดว่าในรอบชีวิตเราต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เหมือนในภาพยนต์ที่ดูบ่อยๆ แต่พอเกิดกับชีวิตจริงแล้วมันไม่ได้สนุกแบบในหนัง ออกจะน่ากลัว และเซ็งๆ 😦

2 มีนา – 2020

ปีนี้ติดธุระ และมีเรื่องต้องไปทำเยอะมาก เลยไม่ได้ไปไหว้สมเด็จพระสังราช ได้แต่ขับรถผ่าน เลยจอดไหว้อยู่ข้างนอก…ผ่านมานานกี่ปีแล้วนะ คิดถึงสมัยเป็นเด็กจริงๆ

1วัน2โรงพยาบาล

วันนี้มีนัดคุณหมอ ต้องไปตรวจโรคประจำตัว(ความดันโลหิตสูง) ช่วงนี้สถานะการณ์covid-19ในบ้านเราค่อนข้างน่าวิตกมากขึ้น ซึ่งก็ควรระวังๆกันไว้น่ะดีแล้ว

พอไปถึงโรงพยาบาล จอดรถเรียบร้อย ก็นั่งรถรับส่งระหว่างลานจอดรถไปที่โรงพยายบาล พอจะเดินเข้าทางเข้าก็มีคุณพยาบาลพุ่งมาขวางเราไว้เลย แล้วมาขอวัดไข้และสอบถามว่าเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงมารึเปล่า วัดอุณหภูมิแล้วไม่มีไข้และไม่ได้มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ก็ติดสติ๊กเกอร์สีเขียวที่เสื้อ และเข้ามาในโรงพยาบาลได้ พอเข้ามาแล้วไปเคาท์เตอร์ต้อนรับก็มีการสอบถามว่ามีไข้ ไอ ติดต่อกับคนต่างชาติหรือเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงมารึเปล่า…ดูมาตราการของโรงพยาบาลค่อนข้างรัดกุมดีคับ ดูแล้วปลอดภัยระดับนึงเลย 🙂

วันนี้พอเจอคุณหมอ ปกติก็คุยเรื่องผลตรวจและวิธีใช้ชีวิตในช่วงที่ผ่านมา ปกติก็คุยกันประมาณ15นาที ครั้งนี้ก็เช่นเดิม แต่หลังจากคุยเรื่องอาการป่วยก็คุยกับคุณหมอเรื่องcovid-19กันอีกนาน คร่าวๆคุณหมอเองก็ยังหาหน้ากากอนามัยยากเลย ของเราเองก็แทบจะหมดที่มีอยู่แล้ว หลังจากนี้ก็คิดๆว่าถ้าสถานะการณ์ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง จะเอายังไงต่อดี

หลังจากนอนเล่นอยู่โรงพยาบาลอยู่นาน(เจาะเลือด รอผลแล็ป รอพบแพทย์ รอยา) ก็ออกจากโรงพยาบาล ไปธุระ2-3ที่ และแวะกินข้าวเย็น กินข้าวเย็นแล้วรู้สึกคันคอและไอ เลยแวะโรงพยาบาลที่มีสิทธิ์ประกันสังคมก่อนกลับบ้านดีกว่า อย่างน้อยก็เอายาไปกินซักหน่อย

แต่ที่โรงพยาบาลที่มีสิทธิ์ประกันสังคม ไม่มีจุดคัดกรอง ไม่มีสอบถาม คือเดินเข้ามาได้เลย ไปยื่นบัตร รอวัดไข้วัดความดันแล้วรอพบแพทย์ เลยทำให้คิดว่าจริงๆในบ้านเรามันไม่มีเหตุการณ์อะไรระบาดหรอก คิดกันไปเอง วิตกจริตไปเองรึเปล่า?

หลังจากเรียบร้อยก็กลับบ้านดีกว่า เพราะเข้ามานานมากแล้วที่จอดรถจะปิด มาถึงโรงพยาบาลหกโมงครึ่ง เสร็จสี่ทุ่มครึ่ง คุยกับคุณหมอ15วินาที และได้ยาแก้ไอกับยาแก้แพ้มาอย่างละหนึ่ง(ยาลดไข้ ยาแก้เจ็บคอ หมด!)

ตื่นตระหนกหรือชะล่าใจไปรึเปล่า

ต้นเดือนก็ไปทำธุระที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ย่านพระราม2 ช่วงนี้สถานะการCOVID-19ถือว่ารุนแรงขึ้นมาทันที เพราะมีคนเสียชีวิตแล้ว1คน(ขอแสดงความเสียใจด้วยคับ) ปกติวันหยุดสุดสัปดาห์คนจะเยอะมาก ที่จอดรถต้องวนหานาน วันนี้คนน้อย ที่จอดรถเยอะ
เสร็จแล้วก็ไปซุปเปอร์สโตร์แถวบ้านซื้อของเข้าบ้านตามปกติตามประสาพ่อบ้าน ที่นี่ก็คนน้อยกว่าปกติ(สุดสัปดาห์ต้นเดือนปกติคนเยอะ)และของก็ไม่ค่อยมี ไม่แน่ใจว่าคนมาซื้อของกักตุนกันเหมือนในข่าวเหมือนต่างประเทศรึเปล่าไม่รู้ เพราะเห็นคนที่มาซื้อของส่วนใหญ่ซื้อของแห้ง อาหารกระป๋องกันเกือบทุกคน

หมอกหรือควัน?

ช่วงนี้ค่าPM2.5 ในกรุงเทพเยอะมาก ขับรถยังต้องใส่หน้ากาก เพราะเราเองก็เป็นภูมิแพ้อยู่ด้วย เซฟหน่อยดีกว่า

ถนนพระราม2ยาวแค่ไหนลองไปวัดดู

รถมอเตอร์ไซค์สตาร์ทไม่ติด คิดว่าน่าจะแบตไม่มีไฟ เข็นไปจั๊มไฟแบตรถยนต์ พอสตาร์ทติดคิดว่าจอดเดี๋ยวก็ดับอีกออกไปขี่ซักครึ่งชั่วโมงประจุไฟใหม่ซักหน่อยละกัน

เอาสายจั๊มไฟผูกท้ายรถไปด้วย เผื่อไม่ติดจะได้อุ่นใจ ขี่จากบ้านไปได้ซักพักไปถึงหน้า Big C พระราม2 การจราจรก็ติดๆเพราะรถจอดรับ-ส่งคนเยอะ เราขี่อยู่เลน2 เพราะเลนแรกมีรถแท็กซี่จอดกันยาว ขี่ตามรถกระบะมา อยู่ๆรถกระบะเบรคกระทันหัน(กระทืบเบรค รถแท็กซี่ตัดหน้าจากเลน3ไปเลนแรกเพราะมีคนโบก อันนี้ลุงจ่าเล่าให้ฟังทีหลัง) เราก็เบรคทันที แต่ไม่ทันรถพุ่งไปท้ายรถกระบะทันที เราเสียหลักละเพราะเบรคกระชั้นชิดมากเลยหักรถลงพื้นจะได้ไม่ชนรถกระบะ ไถลไปกับพื้นทั้งคนทั้งVespa นอนนิ่งสนิทอยู่หลังรถกระบะ ตอนนี้รถหยุดหมดทุกเลน เหมือนหยุดเวลาเลย

พอตั้งสติได้รีบลุกมาดูรถทันที ห่วงรถ มีพี่ผู้ชายขี่รถมอเตอร์ไซคมาจอด แล้วบอกเดี๋ยวยกรถให้ๆ ขอบคุณมากเลยคับ ลุงจ่าแกเดินมาพอดีเล่าว่ารถตัดหน้ารถกระบะ พร้อมกับบอกให้เข็นรถเข้าริมฟุตบาทก่อน เพราะการจราจรติดมาก รถกระบะก็ขับเลยไปหน่อยเข้าไหล่ทางและไปซื้อน้ำซื้อน้ำแข็งมาให้ประคบแผล ลุงจ่าเดินมาถาม

ลุงจ่า : ไปชนโดนกระบะรึเปล่า
เรา : ไม่โดนคับ เกือบ ผมเอารถลงพื้นก่อน
ลุงจ่า : ดีนะไม่ใช่วัยรุ่นถ้าเป็นวัยรุ่นน่ะชนท้ายไปแล้ว
แล้วเดินมาตบรถ บอกรถแข็งมากนะเนี่ย ซักพักก็วิทยุเรียกรถกู้ภัยมา ซักพักก็มีรถกู้ภัยวิ่งย้อนศรมารับ
ลุงจ่า : ขับย้อนมาเลยรึไง
กู้ภัย : ผมอยู่เลยไปนี่เอง นึกว่ามีคนเจ็บหนักเลยรีบมา
กู้ภัย : ไปชนโดนกระบะรึเปล่า
เรา : ไม่โดนคับ เกือบ ผมเอารถลงพื้นก่อน
กู้ภัย : ok งั้นพี่ไปโรงพยาบาลกับผม รถพี่เดี๋ยวให้น้องผมขี่ตามไป

แล้วเราก็ไปนั่งหน้าที่รถกู้ภัย แล้วก็ไปโรงพยาบาลอย่างไวโดยมีน้องกู้ภัยขี่รถเราตามมา พอไปถึงโรงพยาบาลก็หาเอกสารพรบ. เล่มรถ พอเอกสารเรียบร้อยก็ไปเอ็กซ์เรย์ ทำแผล หมอเข้ามาสอบถาม และให้นอนดูอาการ1-2คืน ก่อนจะขึ้นห้องพักน้องกู้ภัยเอากุญแจมาคืนและบอกว่ารถพี่ขี่นิ่มมากเลยคับ

ได้นอนห้องรวม(2เตียง) พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยซักพักก็มีประกันภัยมา(วิริยะ)รวดเร็วมาก สอบถามเหตุการณ์และลงไปดูรถแล้วก็ไป โรงพยาบาลนี้ไม่รู้จักมาก่อน เล็กๆแต่ดูสะอาดและทันสมัยดี พยาบาลก็ดูแลดีมาก แต่ตอนกลางคืนนอนไม่ค่อยหลับเจ็บแผลและเสียงรถพยาบาลวิ่งเกือบทั้งคืน อยู่โรงพยาบาลก็นอนๆนั่งๆไปวันๆ เบื่อๆไม่ค่อยมีอะไรทำ ไปทำกายภาพ ล้างแผลทำแผล กินยา ฉีดยา

หลังจากหมอมาดูอาการ เคลียร์เอกสารเรียบร้อยก็ได้ได้กลับบ้านซักที แต่ก็ยังไม่กลับแวะกินติ่มซำก่อน55 เรียบร้อยก็ขี่รถกลับบ้าน ขี่ไปก็เกร็งๆเพราะเจ็บแผลด้วย กว่าจะถึงบ้านเล่นเอาเหนื่อย

update : ออกจากโรงพยาบาลมาไม่กี่วันก็ขับรถต่อได้เลย
update : ครบ1เดือน ตอนนี้แผลแห้งหมดแล้ว เหลือข้อเท้าที่เดียวเกือบแห้งแล้วนะ

ทำบุญครบรอบวันเสียป๊า

วันนี้ครบรอบวันเสียป๊า 5ปีผ่านไปไวเหมือนกัน เวลามีความสุขมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่พอเวลาทุกข์มันอยู่กับเรานานจัง หรือเพราะเราเองที่ไม่ปล่อยวาง?

วันนี้เลยลางานมาทำบุญ ถวายสังฆทานที่วัดพุทธบูชา ปีนี้มีปัญหาและธุระเรื่องงานมาก เลยไม่ได้กลับไปทำบุญพร้อมกับแม่ที่นครสวรรค์เลย 😦

ไกล

ไปธุระบ้านสาย2ตอนเย็น เลยแวะทานข้าวกันที่ร้านลูกชิ้นปลาเจ้านึงเส้นพุทธมณฑลสาย2 ร้านใหญ่โตที่จอดรถเยอะ (ไม่ได้จะมารีวิวอาหารนะ)

ไปนั่งที่โต๊ะก็มีพนักงานมารับออเดอร์ หลังจากสั่งอาหารไปแล้ว เพิ่งสังเกตุว่ามีดนตรีเล่นสดอยู่มีพี่ผู้ชายเล่นอยู่คนเดียว ยิ่งสะดุดหูมากไปอีก เพราะเล่นเพลงของสุรสีห์ ไม่ได้ฟังนานมากแล้ว

…ไกล สุดขอบฟ้า ไกลตาออกไป โพ้นทะเล …ไกล สู่ห้วงหาว ดวงดาวสุดไกล เหลือคะเน

สมัยที่เพลงนี้ออกมา ทั้งเพลงทั้งMVล้ำมาก เป็นเพลงที่รู้สึกว่าดนตรีเพราะ เนื้อเพลงเป็นภาษาที่สวยงาม คิดถึงอดีตจริงๆ คิดถึงยุค90

อาหารน่ะเฉยๆตามมาตรฐาน แต่ได้ฟังเพลงเก่าๆที่คิดถึง(แบบเล่นสดด้วย) บรรยากาศดี(ฝนตกหนัก) อิ่มกันไปมื้อนี้ 🙂

ไกล : สุรสีห์ อิทธิกุล พอดี พอดี
คำร้อง : เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์
ทำนอง : คณิต พฤกษ์พระกานต์
เรียบเรียง : คณิต พฤกษ์พระกานต์

เข้าเมืองในเช้าฝนตก(หนัก)

วันนี้มีเหตุต้องเข้าเมืองหลวงที่รถติดมากในวันทำงาน(ไปโรงพยาบาลจุฬาฯ) เดิมก็ติดอยู่แล้ว ยังมีฝนตกในวันทำงานอีก ขยับได้ทีละนิดๆ กว่าจะถึงโรงพยาบาลได้ เล่นเอาปวดหลังเลยทีเดียว

เลือกตั้ง(ล่วงหน้า) 2562

ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งไว้ วันนี้ไปใช้สิทธิ์ที่สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ คนเยอะมาก แต่ก็ใช้เวลาไม่นาน ติดๆขัดๆบ้างเล็กน้อย

2 มีนา – 2019


วันนี้ก็มีธุระอีก แต่ก็ดีใจที่หาเวลาไปกราบสมเด็จพระสังราช วันนี้ขี่น้องพรีมไป เพราะคิดว่าน่าจะสะดวกและหาที่จอดได้ง่าย เพราะต้องไปซื้อพวงมาลัยด้วย ดีที่โรงเรียนเราใกล้ปากคลองตลาด ได้ดอกไม้สดๆ พวงใหญ่


แต่ก็อดเสียดายไม่ได้เจอเพื่อนๆ คิดถึงสมัยเรียน คิดถึงเพื่อนๆ ไม่ได้เจอกันนานหลายปี ต้องหาเวลาไปเจอให้ได้

ขาเดี้ยง!


คืนวันอังคารที่ผ่านมา ลื่น! แต่ไม่ล้มประคองตัวได้ แต่ข้อเท้าขวาพลิก ทีแรกเหมือนจะเจ็บๆนิดหน่อย พอวันพุธไปทำงานก็เริ่มเจ็บขึ้นแต่พอเดินได้ วันพฤหัสเริ่มมีอาการปวดเพิ่มมาอีก เดินลำบากมากแต่ยังไปทำงานอยู่

พอวันนี้ตื่นเช้ามา ปวดมาก ขยับขาแทบไม่ได้ ไม่ไหวเลยต้องไปโรงพยาบาล ขับรถไปก็ปวดมาก จอดรถแล้วเดินไปกว่าจะถึงโรงพยาบาล รู้สึกทำไมไกลเหลือเกินนนนนนน!

ต้องขอบอกก่อนว่าการใช้สิทธิ์ประกันสังคม คนจะมาใช้สิทธิ์กันเยอะมาก คนเยอะขาก็ปวด คิดว่าจะเอาไงดีนะ แต่ก็ทำใจและก็ต้องอดทนแล้วก็ไปยื่นบัตรแล้วก็นั่งรอ พอสอบถามอาการก็ส่งไปแผนกคัดกรองผู้ป่วยนอก วันนี้ไม่ได้ส่งไปแผนกคัดกรองของประกันสังคมก็เริ่มคิดว่าแปลกๆ พอไปถึงแผนกคัดกรองก็วัดความดัน สอบถามอาการ และก็ให้ไปห้องฉุกเฉิน ว่าแล้วทำไมถึงส่งมาที่ผู้ป่วยนอก พอไปถึงห้องฉุกเฉินบรรยากาศก็วุ่นวายปกติ คนเยอะ หมอพยาบาลก็เดินกันขวักไขว่ นั่งรอซักพัก คุณหมอก็มาสอบถามอาการ และให้ไป X-RAY หลังจากกลับจาก X-RAY ก็กลับมาห้องฉุกเฉินรอผลซักพัก คุณหมอก็เดินมาบอกว่ากระดูกไม่ร้าวนะ ที่ปวดมาก ขยับขาได้นิดเดียวน่าจะกล้ามเนื้อและเอ็นอักเสบ ให้เข้าเฝือก แต่เราบอกถ้าเข้าเฝือกจะขับรถไม่ถนัด ต่อรองซักพักก็ให้พันผ้าแทน รอคุณพยาบาลมาพันแผลให้เรียบร้อยก็เดินไปรอรับยา

พอพันผ้าที่เท้าแล้วเหมือนมีบัตรVIP มีแต่คนสงสาร ลุกให้นั่ง จะหารถเข็นมาให้ เราก็ซาบซึ้งมาก ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้อีกครั้งนะคับ รอยานานมาก หลังจากได้ยาก็ไปเอารถและขับกลับ พอพันผ้าแล้วปวดกว่าเดิม อาจจะเพราะวันนี้เดินมากก็ได้ กว่าจะถึงบ้าน ทรมานมาก เป็นการขับรถที่ยากลำบากมากครั้งหนึ่งในชีวิตเลย ดีนะระยะทางไม่ไกล ตอนนี้คงต้องพันผ้า ทายา ทานยาต่อเนื่อง จะได้หายไวไว…เฮ้อ

แฉะ

ช่วงนี้ประเทศไทยเจอพายุเข้าหลายลูก ช่วง2-3วันนี้ก็ตกเช้าเย็นๆติดกันทุกวัน ผ้าที่ซักไว้จะขึ้นราอยู่แล้ว

อาทิตย์นี้ดูข่าวพยากรณ์อากาศก็ว่าจะตกทั้งอาทิตย์(วันนี้เพิ่งวันจันทร์ก็เล่นซะแฉะแล้ว) รถติดมากทั้งเช้า เย็น กว่าจะถึงบ้านขับซะตะคริวกินขาไปข้าง ยังไงก็ขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง ใจเย็นๆ มีสติกันนะคับ

ดื่ม

วันนี้นั่งทำงานแล้วเปิดYoutubeแล้วให้มันเล่นไปเรื่อยๆ ซักพักก็มาสะดุดกับเพลงดื่ม (ต้องบอกก่อนว่าเมื่อก่อนชอบฟังเพลงของSkalaxy และมีCDอัลบั้มเพลงนี้ด้วย)

แต่Versionนี้ร็อคขึ้นแรงขึ้นกว่าเดิม เลยไปดูที่MVในYoutube เลยรู้ว่าเป็นวง The Yers เอาเพลง”ดื่ม“ของSkalaxyมาCoverใหม่ ในPLAY 2 PROJECT ถึงจะเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะ(ของเดิมเป็นSka) แต่ยังให้ความรู้สึกของSkalaxyในอดีตได้เป็นอย่างดีและก็เป็นThe Yersมากในเพลงนี้ เป็นเพลงที่เพราะเลยนะ ชอบมากคับ 🙂

ดื่ม : The Yers อัลบั้ม PLAY 2 project
คำร้อง : วิวัฒน์ ฉัตรธีรภาพ
ทำนอง : เล็ก SKALAXY
เรียบเรียง : The Yers

สีขาว-เหลือง


วันนี้มีโอกาสผ่านไปแถวโรงเรียน ตอนนี้ก็ยังทำรถไฟใต้ดินไม่เสร็จอยู่ดี เห็นโรงเรียนแล้วคิดถึงสมัยเรียนมัธยม ค่อนข้างผูกพันธ์กับโรงเรียน เพราะเรียนมาตั้ง6ปี ถ้ามีโอกาสจะเข้าไปไหว้สมเด็จพระสังฆราชที่ลานวิหารน้อยให้ได้

ฉีดยา(เพราะ)แมว

เมื่อคืนวันเสาร์อยู่ๆอีเหมียวตะปบมือ เป็นแผล2-3ที่ โดนทีแรกตกใจ
“แม่ม! มาตะปบมือกูทำไม!”
พอเห็นเลือดออกยิ่งตกใจ เลยรีบไปล้างมือ ล้างสบู่ และตามด้วยแอลกอฮอร์ ดูแผลแล้ว สงสัยต้องไปฉีดวัคซีนแน่ๆ เพราะอีเหมียวไม่ได้ฉีดยา เปิดเว็บของสถานเสาวภาดู ปรากฎว่าปิดวันอาทิตย์ เลยกะว่าวันจันทร์จะไปพร้อมแม่หมูตอนเช้าแวะไปฉีดยาก่อนไปทำงาน

พอวันนี้ก็ตื่นเช้า และเดินทางไปสีลม ไปถึงสถานเสาวภาก็ประมาณ10โมง เงียบๆไม่มีคนรอคิวรักษาเลย(ปกติที่เคยมาที่นี่2-3ครั้ง ก็เงียบๆแบบนี้แหละ) ไปยื่นบัตร กรอกรายละเอียดอาการที่โดนข่วนมา สักพักก็ไปวัดไข้ วัดความดัน ที่นี่ใช้ที่วัดไข้แบบจ่อกับหน้าผากก็แสดงผลเลย ทันสมัยมากๆ
เรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปพบหมอ คุณหมอเป็นคุณหมอสาวดูๆแล้วยังเด็กกว่าเรา

หมอ : โดนอะไรมาค่ะ อืมๆ โดนแมวข่วน แมวฉีดยามั้ย?
เรา : ไม่ได้ฉีดคับ ไม่ได้เลี้ยงมันเข้ามาอยู่บ้านเอง …แต่มาอยู่หลายเดือนแล้ว
หมอ : ถ้าอยู่หลายเดือนก็น่าจะฉีดนะ จะได้ปลอดภัย เดี๋ยวไปโดนคนในบ้านเข้า
เรา : คับ
หมอ : เคยฉีดไปแล้ว งั้นวันนี้ฉีดกระตุ้นอย่างเดียวพอละกันนะ เอาแบบไหนดี มีแบบ4เข็มแต่ฉีด2วัน กับแบบ4เข็มวันเดียวเลย
เรา : …เอ่อ
หมอ : 4จุดละกัน
เรา : 2จุด 2วันดีกว่าคับ
หมอ : อ้าว ทำไมล่ะ เสียเวลาออก บ้านอยู่ไกลรึเปล่า
เรา : ไกลคับ
หมอ : นั่นไง งั้นก็ฉีดวันนี้ทีเดียวแหละ จะได้ไม่ต้องเดินทางมาบ่อยๆ บาดทะยัก ฉีดไปรึยัง
เรา : เคยฉีดแต่เกิน10ปีแล้วคับ
หมอ : งั้นบาดทะยักอีกเข็มนะ …รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วยมั้ย วันนี้ฟรีนะ
เรา : เอ่ออ ยังก่อนดีกว่าคับคุณหมอ (แค่5เข็มก็จะพรุนแล้วคับ T_T)
หมอ : งั้นไปจ่ายเงิน แล้วมารับวัคซีนได้เลยค่ะ
เรา : คับ ขอบคุณคับคุณหมอ สวัสดีคับ

หลังจากนั้นก็เดินไปจ่ายเงิน เรื่องยังไม่จบแค่นี้ ตอนเดินไปจ่ายเงิน คุณพี่พยาบาลดันลืมใส่ค่าวัคซีนบาดทะยัก พอกลับมาเค้าก็บอกเอาไงดี เดินไปจ่ายเงินแล้วมาฉีดยาละกัน
พอดีมีพี่พยาบาลอีกท่านเดินมา เปิดตู้เย็น แล้วบอก อ่ะมีเหลืออยู่ ของส่วนตัว บาดทะยักไม่ต้องจ่ายหรอก ฉีดให้น้องเค้าไปเลย พี่พยาบาลคนแรกก็ทำท่างงๆ เราก็ยกมือไหว้ขอบคุณคับ แล้วพี่พยาบาลคนที่2ก็ไล่ให้ไปฉีดยาได้แล้ว ไม่ต้องไปจ่าเงินหรอก

พอเข้าห้องก็เอะใจ ทำไมวันนี้ปิดประตู เพราะปกติฉีดยาที่แขนก็ไม่ปิดประตูนี่หว่า สุดท้ายจึงเข้าใจ การฉีด4จุดคือ ต้นแขน2ข้างและต้นขา2ขาง ดีนะใส่boxserปกติมา ไม่ได้ใส่ตัวขาดมา และโดนบาดทะยักไปอีกเข็ม ออกมาตัวตึงเลย เพิ่งเคยโดนฉีดยาต้นขา ขนาดคุณพยาบาลมือเบามากยังเจ็บเลย ช่วงนี้อากาศเย็นด้วย T_T พอออกจากห้อง ไหว้ขอบคุณพี่พยาบาลเรียบร้อยกะลังกลับ แผนกการเงินวิ่งมาหาหน้าตื่น บอกว่าลืมคิดค่าวัคซีนบาดทะยัก ถือใบเสร็จมาพร้อมเงินทอนเรียบร้อย พี่พยาบาลบอกไม่ต้องแล้วพี่พยาบาลอีกคนเอาวัคซีนส่วนตัวในสต็อกให้แล้ว การเงินบอกอ้าว คีย์ข้อมูลออกใบเสร็จมาแล้วเนี่ยเอาเงินทอนมาให้พร้อมเลยนะ เราเลยบอกงั้นผมจ่ายละกันคับ พี่พยาบาลบอกน้องเค้าไหว้ขอบคุณแล้วนะเนี่ย นึกว่าจะได้ฟรี และทุกคนก็หัวเราะ จ่ายเงินเรียบร้อยเราก็เดินแขนขาตึงๆ ไปหาแม่หมูที่ออฟฟิศ ระหว่างเดินไปก็คิดไป คืนนี้จะเอาแมวไปทำกับข้าวอะไรดี ฮึฮึ อูย ปวดแขนที่ฉีดมาจัง T_T

อยู่อย่างสิงห์

วันนี้บังเอิญได้ฟังเพลงอยู่อย่างสิงห์ของพี่ปู พงศิษย์ คัมภีร์ ปกติผมก็ฟังเพลงเพื่อชีวิตอยู่บ้าง แต่ไม่บ่อยในพักหลังๆ เพลงนี้เป็นเพลงที่ดี อย่ายอมแพ้และมีศักดิ์ศรีคับ 🙂

“…หัวใจที่มั่นคงหยัดยืน มันไม่เคยจะยอม ต่อให้ล้มกี่ครั้ง ก็พร้อมลุกยืนเดินไป”

ปล. ไปเจอประโยคนี้ในเว็บมา เท่ห์มากมาก “อดอย่างสิงห์ ดีกว่าอิ่มอย่างหมา”

พันธุ์หมาบ้าหน้าหนาว

วันนี้แม่หมูต้องไปเฝ้าบ้านสาย2 ช่วงนี้อากาศก็เริ่มเย็นๆแล้ว คงเป็นช่วงรอยต่อฤดูฝนเข้าฤดูหนาว ที่เค้าเรียกกันปลายฝนต้นหนาว ระหว่างนั่งๆนอนๆเดินไปๆมาๆก็ไปเจอหนังสือพันธุ์หมาบ้า ของชาติ กอบจิตติ เราเคยซื้อมาอ่านนานมากแล้วกี่ปีก็จำไม่ค่อยได้ เป็นเรื่องราวของการใช้ชีวิตที่สุดเหวี่ยงของกลุ่มเพื่อนวัยคะนอง อ่านแล้วก็ให้แง่คิดดีนะเราว่า ทีแรกก็เปิดผ่านๆเพราะเคยอ่านไปแล้ว แต่ไปไปมามาก็อ่านจบไปอีกรอบจนได้ สนุกจริงนะคับ ลองไปหาอ่านกันดู 🙂

SIGNS : สัญรัก

สัญลักษณ์ : สัญรัก…ไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด ตั้งใจพิมพ์ตามนั้นจริงๆ ได้รับลิงค์มาจากแม่หมู บอกน้องๆส่งต่อมาให้อีกที เป็นหนังสั้นที่น่ารักมากๆ ยังไงก็ลองดูกัน 12.13นาทีเท่านั้น ตอนที่เขียนบล็อกนี่ก็มีคนดูไปกว่า4ล้านครั้งได้ เป็นเรื่องของชายหนุ่มคนนึง…ไม่เล่าดีกว่า ไปดูกันเองละกัน เดี๋ยวจะหมดสนุก 😛

Signs (2008)
Director Patrick Hughes
Writer Patrick Hughes
Genre Romance
Plot Where do you find love? Sometimes all you need is a sign.
Cast
Kestie Morassi … Stacey (as Kestie Morsaai)
Nick Russell … Jason

ปล. : ผู้กำกับคนนี้ ปีนี้จะมีหนังใหญ่เข้าด้วย เรื่องRed Hill แต่ไม่รู้บ้านเราจะได้ดูกันรึเปล่า?
ปล. : Red Hill ไม่ใช่หนังรักโรแมนติกดุ๊กดิ๊กๆนะ แต่เป็นaction/thriller!

ขอขอบคุณ : ข้อมูลจาก IMDB